Warning: Trying to access array offset on value of type null in /customers/b/4/f/thaiembassy.dk/httpd.www/wp-content/plugins/twitter-facebook-google-plusone-share/tf_display.php on line 72 Warning: Undefined variable $url in /customers/b/4/f/thaiembassy.dk/httpd.www/wp-content/plugins/twitter-facebook-google-plusone-share/tf_display.php on line 365

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐลิทัวเนียอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 14 – 16 เมษายน 2559

Warning: Trying to access array offset on value of type null in /customers/b/4/f/thaiembassy.dk/httpd.www/wp-content/plugins/twitter-facebook-google-plusone-share/tf_display.php on line 72
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐลิทัวเนีย อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 14 – 16 เมษายน 2559

ด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐลิทัวเนียอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 14 – 16 เมษายน 2559 ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของประธานาธิบดีสาธารณรัฐลิทัวเนีย

ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐลิทัวเนียอย่างเป็นทางการครั้งนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพระราชทานพระราชวโรกาสให้ประธานาธิบดีสาธารณรัฐลิทัวเนียถวายการต้อนรับอย่างเป็นทางการ และเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท รวมทั้งถวายพระกระยาหารกลางวัน ณ ทำเนียบประธานาธิบดี นอกจากนี้ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลา ณ อนุสรณ์สถานของนักต่อสู้เพื่ออิสรภาพชาวลิทัวเนีย ณ สุสานอันตากาลเนส

ในโอกาสการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐลิทัวเนียครั้งนี้ เสด็จฯ ไปยังศูนย์สื่อสารและสารสนเทศสาธารณะด้านวิชาการแห่งชาติ ของมหาวิทยาลัยวิลนีอุส ศูนย์แห่งนี้เริ่มเปิดดำเนินการตั้งแต่ต้นปี 2556 โดยเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง มีจุดเด่น คือ เทคโนโลยีและการออกแบบของห้องสมุดที่ทันสมัยด้วยระบบลำเลียงหนังสือโดยใช้เทคโนโลยีระบบอ่านรหัสประจำเล่มด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (Radio frequency identification) และมีอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและซอฟท์แวร์สมัยใหม่สำหรับผู้ใช้บริการ นับเป็นตัวอย่างความเป็นเลิศในการส่งเสริมให้นักศึกษา นักวิจัย และประชาชนสามารถศึกษาค้นคว้าได้อย่างสะดวกในบรรยากาศเรียบง่าย ขณะเดียวกันก็นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาสนับสนุนการศึกษาค้นคว้าข้อมูล เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาประเทศ สอดคล้องกับการทรงงานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ให้ห้องสมุดเป็นที่ ๆ ทุกคนอยากเข้าไปศึกษาหาความรู้ ให้เป็นห้องสมุดมีชีวิต และให้เป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้

นอกจากนี้ เสด็จพระราชดำเนินไปยังมหาวิทยาลัยวิลนีอุส ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปตะวันออกและยุโรปกลาง ก่อตั้งเมื่อปี 2122 ปัจจุบันมีนักศึกษาประมาณ 20,000 คน มีความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์กายภาพ วิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ และมีศูนย์ศึกษาตะวันออกที่ใหญ่ที่สุดในลิทัวเนีย มหาวิทยาลัยวิลนีอุสให้ความสำคัญกับความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยทั่วโลก โดยมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยกว่า 150 แห่งทั่วโลก รวมทั้งมหาวิทยาลัยในประเทศไทย การอนุรักษ์สถาปัตยกรรม ภาพวาด ต้นฉบับตัวเขียนอันเก่าแก่จำนวนมาก และสิ่งก่อสร้างต่างๆ โดยมหาวิทยาลัยวิลนีอุส ทำให้ทราบถึงความเป็นมาของประเทศลิทัวเนีย และเป็นมรดกทางวัฒนธรรม สอดคล้องกับพระราชกรณียกิจในการสร้างความสัมพันธ์และหาความร่วมมือกับนานาประเทศของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อให้ประเทศไทยมีความก้าวหน้าและทัดเทียมนานาประเทศควบคู่ไปกับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทย

ในโอกาสนี้ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังเมืองตร๊าไก๊เมืองหลวงเก่าของลิทัวเนีย เพื่อทอดพระเนตรปราสาทตร๊าไก๊ที่สร้างขึ้นในสมัยแกรนด์ดุ๊ก Kestutis ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 14 ปัจจุบันจัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติความเป็นมาของปราสาทและผู้ครองเมือง นอกจากนี้ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์นิทรรศการและโบสถ์ชุมชนกลุ่มน้อยชาวคาเรม ชาวคาเรมเป็นกลุ่มชนที่สืบเชื้อสายมาจากเผ่ากิ๊บแช๊ก ซึ่งเป็นเผ่าตุรกีที่เก่าแก่ที่สุด โดยได้มาตั้งถิ่นฐานในเมืองตร๊าไก๊ ตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1397 – 1398 ปัจจุบันมีชาวคาเรมอาศัยอยู่ในลิทัวเนียราว 241 คน โดยทั่วโลกมีประมาณ 2,000 คน นับได้ว่าเมืองตร๊าไก๊เป็นเมืองที่ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของสังคมลิทัวเนียที่มีความหลากหลายทั้งเชื้อชาติและศาสนา

ในช่วงท้ายของการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐลิทัวเนียครั้งนี้ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรเนินไม้กางเขน สถานที่สำคัญทางศาสนาที่ตั้งอยู่ราว 12 กิโลเมตรจากเมืองโชเล้ เชื่อกันว่า มีการปักไม้กางเขนบนเนินแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2374 โดยในช่วงที่ลิทัวเนียตกอยู่ภายใต้การปกครองของสหภาพโซเวียต สถานที่แห่งนี้เป็นที่แสดงการต่อต้านเชิงสัญลักษณ์ต่อการปกครองของสหภาพโซเวียตด้วยการปักไม้กางเขนจนมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเนินแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นักแสวงบุญจำนวนมากจึงมาเยี่ยมชมและสมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 ได้เสด็จฯ ที่แห่งนี้ในปี 2533 ด้วย ทั้งนี้ การปักไม้กางเขนในสมัยปัจจุบันเป็นการรำลึกถึงการสูญเสียและเป็นการขอพรให้แก่บุคคลอันเป็นที่รักด้วย

อนึ่ง ในระหว่างการเสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐลิทัวเนียครั้งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐลิทัวเนียเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทนำเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแสดงบัลเล่ต์ ณ โรงละครโอเปร่าและบัลเล่ต์แห่งชาติลิทัวเนีย และพระราชทานพระราชวโรกาสให้รองประธานสภาผู้แทนราษฎรสาธารณรัฐลิทัวเนียคนที่หนึ่งเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทและถวายพระกระยาหารค่ำ รวมทั้งจะพระราชทานพระราชวโรกาสให้กงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำกรุงวิลนีอุสและภรรยาเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทและถวายพระกระยาหารกลางวันด้วย


Print Friendly, PDF & Email
Web Design BangladeshBangladesh Online Market