Warning: Trying to access array offset on value of type null in /customers/b/4/f/thaiembassy.dk/httpd.www/wp-content/plugins/twitter-facebook-google-plusone-share/tf_display.php on line 72 Warning: Undefined variable $url in /customers/b/4/f/thaiembassy.dk/httpd.www/wp-content/plugins/twitter-facebook-google-plusone-share/tf_display.php on line 365

อยากแชร์ประสบการณ์ของการไว้ใจคนผิด

Warning: Trying to access array offset on value of type null in /customers/b/4/f/thaiembassy.dk/httpd.www/wp-content/plugins/twitter-facebook-google-plusone-share/tf_display.php on line 72

อยากแชร์ประสบการณ์ของการไว้ใจคนผิด 

 

สวัสดีค่ะ วันนี้มีเรื่องราวของผู้หญิงไทยคนหนึ่ง ซึ่งประสงค์จะถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตของเธอผ่านทางเว็ปไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตฯ อาจจะเป็นประโยชน์กับผู้หญิงไทยอีกหลายๆคน ที่กำลังจะตัดสินใจแต่งงานหรือมาใช้ชีวิตร่วมกับชาวต่างชาติ ที่ผ่านมาในอดีตมีหลายครั้งที่เราได้ยินข่าวเสียหายเกี่ยวกับการหลอกลวงในหลากหลายรูปแบบ เรื่องที่มีผู้หญิงไทยเจ้าของประสบการณ์ส่งรื่องต่อไปนี้มาเล่าสู่กันฟังก็อาจจะเป็นอุทาหรณ์สอนใจและให้แง่คิดกับทุกคนได้ ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะนำข้อความมาลงเฉพาะส่วนที่เป็นประสบการณ์ในภาพกว้าง โดยยกเว้นข้อมูลที่มีการพาดพิงถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือข้อมูลเฉพาะเจาะจง

 

ดิฉันเจอแฟนที่เมืองไทยตอนเขาทำงานอยู่ที่นั่น แล้วเขาลาออกจากงาน สุดท้ายก็ย้ายมาอยู่ที่เดนมาร์ก เพื่อจะได้รับเงินช่วยเหลือจากระบบสวัสดิการสังคมของรัฐ ในขณะกำลังหางานใหม่ จึงวางแผนที่จะย้ายมาอยู่ที่เดนมาร์ก ถาวร เรามาอยู่บ้านพ่อแม่เขา เราคบกันมาราวๆ 1 ปี แต่เลิกกันไปก็หลายครั้งส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้นเรื่องสาวๆเพราะเขาเป็นคนเจ้าชู้มาก ทุกครั้งที่เขากลับมาคืนดีกัน เขาจะบอกว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เราก็เลยให้โอกาสและพยายามลองคบกันใหม่ แต่สุดท้ายเราก็ไปกันไม่รอดเพราะทะเลาะกันบ่อย  ตอนนี้เพิ่งสืบทราบมาว่าเขายังไม่หย่ากับภรรยาเลยคะ(โกหกเรามาตลอดว่าหย่าแล้ว)

 

                        นอกจากนั้น ยังต้องมาช้ำใจอีกเรื่อง คือ “เงิน” เนื่องจากดิฉันเป็นคนไว้ใจคนง่าย ยิ่งเป็นแฟนกันด้วย ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ช่วงที่เขาตกงานที่เมืองไทยเขาบอกว่าจะไปยืมเงินเพื่อน เราเลยบอกว่ายืมดิฉันก็ได้ เนื่องจากดิฉันมีหน้าที่การงานและธุรกิจส่วนตัว โดยดิฉันทยอยโอนเงินให้เขา เพื่อให้เขาใช้ส่วนตัว ส่วนค่าใช้จ่ายอย่างอื่นเช่นค่าที่พัก กินข้าว เราก็แชร์กันออกเสมอ(เขาบอกว่าเขาพอมีเงินเก็บบ้าง) พอตอนซื้อตั๋วเครื่องบินมาที่เดนมาร์ก ดิฉันก็ใช้บัตรเครดิตของดิฉัน พอมาถึงเขาอยากไปซื้อสุนัขมาเลี้ยง ก็เป็นดิฉันอีกที่ใช้บัตรเครดิตจ่ายเงินไป ตั้งแต่มาอยู่นี่เวลาเราไปซื้อของใช้ภายในบ้าน ดิฉันต้องใช้บัตรของดิฉันอย่างเดียว เขาอ้างว่าไม่มีเงินสดติดตัวเลย เขามีบัญชีที่นี่แต่เวลาเขากดเงินสดออกมา เขาก็ไม่เคยให้ดิฉันติดตัวไว้บ้างเลย  ดิฉันจึงลองถามภรรยาเก่าของเขาถึงทราบว่า เธอเองก็โดนเขาโกงไปเหมือนกัน

 

                        เมื่อเราทะเลาะกันรุนแรงถึงขั้นบอกเลิกกันไป พอดิฉันทวงเงินคืน เขาไม่ให้ ดิฉันจึงโมโหและมีการลงไม้ลงมือ เขาก็ตอบโต้กลับพร้อมเรียกตำรวจมาพาดิฉันออกจากบ้านพ่อแม่เขา (วันนั้นพ่อแม่เขาไม่อยู่บ้าน) ดิฉันไม่มีที่ไป ตำรวจเลยไปส่งที่สถานีรถไฟ ที่เดนมาร์กนี้ ดิฉันรู้จักแค่เพื่อนเขาอีกคน ดิฉันเลยติดต่อให้เพื่อนเขามารับและขออาศัยบ้านเขาอยู่ด้วยสักพัก ซึ่งเพื่อนเขาก็ยินดีจะช่วยเหลือ     

 

                        สาเหตุที่ดิฉันยังไม่กลับไทยทันทีเพราะดิฉันอยากได้เงินคืนบางส่วนก็ยังดี เลยคิดว่าจะอยู่รอเจรจา และอีกอย่างวีซ่าดิฉันยังอยู่ได้อีกหนึ่งเดือน เลยคิดว่าไหนๆได้มาแล้วอยากอยู่เที่ยวต่อ

 

                        ต่อมา ดิฉันลองโทรไปทวงอีกที เขาบอกว่าจะให้คืนเฉพาะค่าซื้อสุนัข ดิฉันบอกว่าขอค่าตั๋วเครื่องบิน ของเขาด้วยได้ไหม เขาบอกไม่ให้ ดิฉันโมโหเลยบอกว่า ถ้าอย่างนั้นดิฉันจะประจานเธอทางFB กับเพื่อนเธอ(ดิฉันขู่เฉยๆแต่ไม่ได้ทำ) เขาเลยรีบขึ้นstatusของเขาบอกเพื่อนๆว่า ถ้าใครได้รับข้อความจากดิฉันให้บอกเขาด้วยเพราะว่าเราเลิกกันแล้วและตอนนี้ดิฉันเลยจะใส่ร้ายเขา

 

                        เมื่อมานั่งนึกย้อนหลังถึงเรื่องในอดีต ทำให้รู้สึกว่าความรักทำให้ดิฉันตาบอดจริงๆ แม่ของดิฉันเองก็เคยเตือนดิฉันเหมือนกัน แต่ความรักทำให้ดิฉันไม่คิดหน้าคิดหลัง คิดแต่จะสร้างอนาคตกับผู้ชายคนนี้ด้วยกัน แต่ผลสุดท้ายเมื่อมีปัญหาทะเลาะกัน เขาไล่ดิฉันออกจากบ้านโดยไม่คำนึงเลยว่าดิฉันจะไปอยู่ที่ไหน อย่างไร ยังดีที่เพื่อนของเขาเข้าใจและให้ที่พักอาศัยทำให้ดิฉันรู้สึกว่าคนเดนมาร์กก็ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป รวมทั้งพ่อแม่ของเขาก็ปฏิบัติกับดิฉันอย่างดี

 

                        ตอนนี้ ดิฉันก็ได้แต่ปลงใจ และพยายามลืมความหลังที่เจ็บปวด แต่อยากจะเตือนผู้หญิงอีกหลายๆ คน   เนื่องจากผู้ชายคนนี้มีความชื่นชอบผู้หญิงเอเชียเป็นพิเศษ จึงอยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์บ้างเท่านั้น หวังว่าคนอื่น             คงไม่โชคร้ายอย่างดิฉัน” 

 

แหล่งที่มา: จากประสบการณ์ผู้หญิงไทยคนหนึ่ง (ขอสงวนนาม) เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 55

 

 

สำหรับท่านใดที่มีประสบการณ์ดีๆ มีประโยชน์กับสังคมก็สามารถมาเล่าสู่กันฟังได้นะคะ

 

 

Print Friendly, PDF & Email
Web Design BangladeshBangladesh Online Market