ข้อมูลพื้นฐาน

สาธารณรัฐไอซ์แลนด์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง สาธารณรัฐไอซ์แลนด์เป็นเกาะอยู่ใต้เส้นอาร์กติก เซอร์เคิล (Arctic Circle) ทางตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติกตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะกรีนแลนด์ทางทิศตะวันตกของนอร์เวย์และทางทิศเหนือของสกอตแลนด์
ขนาด 103,000 ตารางกิโลเมตร หรือ 39,769 ตารางไมล์
ภูมิอากาศ ไอซ์แลนด์ตั้งอยู่ในเขตโอเชียนิก (Oceanic Zone) มีฤดูร้อนที่สั้นและเย็น มีฤดูหนาวที่ยาวนานแต่ไม่หนาวจัด อุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนกรกฎาคมเดือนที่ร้อนที่สุดประมาณ 11 องศาเซลเซียส และในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเดือนที่หนาวที่สุดประมาณ -1 องศาเซลเซียล ไอซ์แลนด์มีน้ำพุร้อนและมีกระแสน้ำอุ่นไหลผ่านจึงทำให้ไม่หนาวจนเกินไปและโดยที่ไอซ์แลนด์มีพื้นที่ไม่กว้างใหญ่นัก อุณหภูมิภายในประเทศจึงไม่แตกต่างกันมาก
ประชากร ประมาณ 319,575 คน (1 มกราคม 2555)
เมืองหลวง กรุงเรคยาวิก (Reykjavik)
ภาษา ไอซ์แลนดิก (Icelandic) เป็นภาษาราชการ
ศาสนา ประชาชนส่วนใหญ่ (93 %) นับถือศาสนาคริสต์ นิกาย Evangelical Lutheran Church
มาตราวัด ใช้ระบบเมตริก
เงินตรา ใช้สกุลเงินโครนไอซ์แลนด์ (Icelandic Kronur – ISK) 1 โครนไอซ์แลนด์ ประมาณ 0.245 บาท (ธันวาคม 2555) บาท หรือ 1 US Dollars เท่ากับ 124.907 ISK และ 1 Euro เท่ากับ

163.478  ISK
การปกครอง ระบบประชาธิปไตย (สาธารณรัฐ) โดยแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 7 เขต โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ (อยู่ในตำแหน่งวาระละ 4 ปีมาจากการเลือกตั้งโดยตรง) และประธานาธิบดี จะแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีขึ้นบริหารประเทศโดยรับผิดชอบอำนาจบริหารร่วมกัน ส่วนอำนาจนิติบัญญัตินั้นมี Althingi (รัฐสภา) เป็นสภาเดียว ประกอบด้วยสมาชิกสภา 63 คน ซึ่งได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งวาระ 4 ปี
ประธานาธิบดี Mr. Olafur Ragnar Grimsson (โอลาฟอร์ รักนาร์ กริมส์ซัน)
นายกรัฐมนตรี Ms.Jóhanna Sigurðardóttir  (โจฮันนา ซีเกอร์รอร์โดตเตียร์)
รัฐมนตรีต่างประเทศ Mr. Össur Skarphéðinsson
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) 11.82  พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายได้ประชาชาติต่อหัว 34,812 ดอลลาร์สหรัฐ (2554)

อัตราว่างงาน ร้อยละ 5.2 (ตุลาคม 2555)
อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 13.1
ประเทศคู่ค้า นอรเวย์ เยอรมนี เดนมาร์ก สวีเดน สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น อิตาลี ฝรั่งเศส สหรัฐฯ สเปน และสวิตเซอร์แลนด์

มูลค่าการส่งออก 63,479 ล้าน ISK

มูลค่าการสั่งเข้า 52,021 ล้าน ISK

สินค้าเข้านำเข้าที่สำคัญ เครื่องจักร อุปกรณ์การขนส่ง อาหาร สัตว์มีชีวิต
สินค้าออกที่สำคัญ ปลาทะเล ผลิตภัณฑ์จากประมง ผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียม ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมและเกษตรกรรม

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐไอซ์แลนด์

ความสัมพันธ์ทางการทูต ไอซ์แลนด์กับไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2518 (ค.ศ. 1975) โดยที่ประเทศทั้งสองยังไม่ได้จัดตั้งสถานเอกอัครราชทูตซึ่งกันและกัน ฝ่ายไทยได้มอบหมายให้ไอซ์แลนด์อยู่ในเขตอาณาของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน และเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำไอซ์แลนด์อีกตำแหน่ง โดยมีถิ่นพำนัก ณ กรุงโคเปนเฮเกน เอกอัครราชทูตคนปัจจุบันคือนางสาววิมล คิดชอบ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2556 ได้ยื่นพระราชสาส์นเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งราชอาณาจักร ไทยประจำสาธารณรัฐไอซ์แลนด์ถิ่นพำนัก ณ กรุงโคเปนเฮเกน อีกตำแหน่งหนึ่ง สถานที่อยู่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคเปนเฮเกนRoyal Thai Embassy, Norgesmindevej 18, 2900 Hellerup, Copenhagen, DenmarkTel 45-39625010 Fax 45-39625059

สำหรับไอซ์แลนด์ได้แต่งตั้งให้นาง Kristín Aðalbjörg Árnadóttir เอกอัครราชทูตไอซ์แลนด์ ถิ่นพำนัก ณ กรุงปักกิ่ง ให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไอซ์แลนด์ประจำประเทศไทยสำหรับงานด้านกงสุล รัฐบาลไอซ์แลนด์แต่งตั้งนายชำนาญ วีรวรรณ เป็น กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ไอซ์แลนด์ประจำประเทศไทย และนาย Poul Weber เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ฯ ตั้งแต่ปี 2540 สถานที่อยู่ The Consulate – General of Iceland, 2nd Floor Sivadon Building,Bangrak, Bangkok 10500, Tel. 0-2289-1121-5 Fax 0-2688-2690 และรัฐบาลไทยได้แต่งตั้งนางอันนา มาร์กริเอท พูริทูร์ โอลาฟสโดททีร์ (Anna Margrjet Þuríður Ólafsdóttir) เป็นกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ไทยประจำประเทศไอซ์แลนด์ นับแต่วันที่ 6 มีนาคม 2555

ความสัมพันธ์ด้านการเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ไอซ์แลนด์ดำเนินไปด้วยความราบรื่นทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี ไทยและไอซ์แลนด์มีความเห็นสอดคล้องและร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในกรอบการดำเนินงานในองค์การระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความสนับสนุนของ

ไอซ์แลนด์ต่อผู้สมัครของไทยในเวทีระหว่างประเทศต่างๆ เช่น การสมัครเข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก(WTO) ของฯพณฯ นายศุภชัย พานิชภักดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (ในขณะนั้น)
จากเหตุการณ์คลื่นยักษ์ในประเทศไทยเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ไอซ์แลนด์ได้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ไทย โดยได้จัดส่งน้ำดื่มใส่ขวดพลาสติกจำนวน 20 ตัน เต็นท์ และผ้าห่ม ให้แก่ผู้ประสบภัย

ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ

1. การค้าทวิภาคีไทย-ไอซ์แลนด์ ไอซ์แลนด์เป็นคู่ค้าอันดับที่ 138 ของไทย มูลค่าการค้าทวิภาคีระหว่างไทยกับไอซ์แลนด์มีมูลค่าจำกัด กล่าวคือ ในปี 2552 มีมูลค่า 8.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีมูลค่าส่งออก 4.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่านำเข้า 3.66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า 0.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การส่งออก สินค้าออกสำคัญของไทย คือ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน อาหารทะเลกระป่องและแปรรูป ตาข่ายจับปลา ข้าว เครื่องกีฬาและเครื่องเล่นเกมส์ เป็นต้น
การนำเข้า สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งแปรูป เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เป็นต้น

2. ปัญหาและอุปสรรคการค้าทวิภาคีไทย-ไอซ์แลนด์
2.1 ผู้ผลิตและผู้ส่งออกของไทยยังไม่ได้ให้ความสำคัญแก่ตลาดไอซ์แลนด์มากนัก
เนื่องจากเห็นว่า เป็นตลาดขนาดเล็ก และยังขาดข้อมูลเกี่ยวกับตลาดไอซ์แลนด์ในด้านต่างๆ อาทิ ผลิตภัณฑ์ที่จะทำการซื้อขายระหว่างกัน การกำหนดราคาที่สามารถแข่งขันในตลาดช่องทางการจัดจำหน่ายของสินค้าและการส่งเสริมการขาย

2.2 ด้านการขนส่ง เส้นทางการขนส่งที่มีระยะทางห่างไกลก่อให้เกิดต้นทุนสินค้าที่สูงการขนส่งทางอากาศที่ยังมีอัตราระวางที่สูง

การท่องเที่ยว ประชาชนทั้งสองประเทศยังไปมาหาสู่ในรูปของการท่องเที่ยวไม่มากนัก เนื่องจากห่างไกลกันมาก การคมนาคมไม่สะดวก อย่างไรก็ตาม ชาวไอซ์แลนด์เดินทางมาไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี 2552 (มกราคม – กันยายน) มีชาวไอซ์แลนด์เดินทางมาไทย 2,125 คน

ภาพลักษณ์ไทย ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับไอซ์แลนด์อยู่ในระดับดีไอซ์แลนด์ให้ความสนใจและรู้จักประเทศไทยผ่านทางการรายงานข่าวระหว่างประเทศทั้งทางสื่อมวลชน โทรทัศน์ และการติดต่อระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาพลักษณ์ของไทยส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพด้านเศรษฐกิจสูงและเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว มีบทบาทสำคัญทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจในภูมิภาค เป็นสมาชิกชั้นนำในอาเซียน เอเปค (APEC) และการประชุมเอเชีย-ยุโรป (ASEM) และเป็นประเทศเก่าแก่ที่มีวัฒนธรรมและเป็นแหล่งท่องเที่ยว ในด้านปัญหาของภาพลักษณ์นั้น จะอยู่ในการรายงานข่าวในประเด็นปัญหาเรื่องโสเภณีและโสเภณีเด็ก ยาเสพติด เป็นต้น

ชุมชนชาวไทยในไอซ์แลนด์

มีชาวไทยอาศัยอยู่ในไอซ์แลนด์ประมาณ 1,076 คน ส่วนใหญ่จะเป็นสตรีไทยที่สมรสกับชาวไอซ์แลนด์ ซึ่งประกอบอาชีพแม่บ้าน และรับจ้าง (แรงงานไทยส่วนใหญ่ ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ปลา) มีร้านอาหารไทย 18 ร้าน วัดไทย 1 แห่ง และสมาคมไทย-ไอซ์แลนด์

การแลกเปลี่ยนการเยือน

ฝ่ายไอซ์แลนด์

- วันที่ 27- 31 มกราคม 2542 (ค.ศ.1999) นาย Halldor Asgrimsson รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้าต่างประเทศ พร้อมคณะภาคเอกชน 24 คนเยือนไทย โดยเป็นแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 28-30 มกราคม 2542

- วันที่ 10 เมษายน 2545 (ค.ศ.2002) นาย Olafur Egilsson เอกอัครราชทูตไอซ์แลนด์ประจำประเทศไทย ถิ่นพำนัก ณ กรุงปักกิ่ง เดินทางมาเยือนไทย

- วันที่ 1-3 ตุลาคม 2546 (ค.ศ.2003) นาย Olafur Egilsson เอกอัครราชทูตไอซ์แลนด์ประจำประเทศไทย ถิ่นพำนัก ณ กรุงเรคยาวิก เดินทางมาเยือนไทย

- วันที่ 4-12 ธันวาคม 2547 (ค.ศ.2004) นาย Olafur Egilsson เอกอัครราชทูตไอซ์แลนด์ประจำประเทศไทย ถิ่นพำนัก ณ กรุงเรคยาวิก เดินทางมาเยือนไทย เพื่อเข้าร่วมพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

- วันที่ 10 มกราคม 2548 (ค.ศ.2005) เอกอัครราชทูต Gretar Mar Sigurosson อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ พร้อมคณะ ในฐานะหัวหน้าผู้แทนการเจรจาของสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) เยือนไทยเพื่อเจรจาเบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดทำความตกลง เขตการค้าเสรี (FTA) ระหว่างสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรปกับทางการไทย

- วันที่ 1-7 พฤษภาคม 2548 (ค.ศ.2005) นาย David Gunnarsson ปลัดกระทรวงและประธานคณะกรรมการบริหารองค์การอนามัยโลก (Permanent Secretary and Chairman of the Executive Board of the World Health Organization) เยือนไทย เพื่อเข้าร่วมประชุม The Health Aspects of the Tsunami Disater in Asia ที่จ.ภูเก็ต และได้พบหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ฝ่ายไทย

- เดือนมิถุนายน 2539 (ค.ศ.1996) สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จเยือนไอซ์แลนด์ เป็นการส่วนพระองค์
- วันที่ 16-21 กรกฎาคม 2546 (ค.ศ.2003) รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง (นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล) และคณะ เยือนไอซ์แลนด์
- วันที่ 10-12 พฤษภาคม 2548 (ค.ศ.2005) นายเกริกไกร จีระแพทย์ หัวหน้าคณะ ผู้แทนไทยในการเจรจาจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) เยือนไอซ์แลนด์ เพื่อเจรจาเรื่อง FTA ระหว่างไทยกับ EFTA (Exploratory Meeting)

 

 

ความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศไทย

 

ความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศไทย

 

ข้อเด่นของไอซ์แลนด์

-                      ระบบเศรษฐกิจเสรีนิยม

-                      แรงงานมีคุณภาพ การศึกษาสูง

-                      สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดี

ข้อด้อยของไอซ์แลนด์

-                      ตลาดเล็กและอยู่ห่างไกลจากประเทศไทย

-                      การขนส่งระหว่างประเทศมีน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่น

-                      ภูมิอากาศแบบขั้วโลก หนาวเย็นตลอดทั้งปี

-           ประสบปัญหาเศรษฐกิจในปี 2551 จนต้องให้ IMF เข้ามาบริหารจัดการ

ช่องทางการค้าและการลงทุน

รัฐบาลไอซ์แลนด์มีนโยบายดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ไม่มีข้อจำกัดในการลงทุน ยกเว้นธุรกิจประมง พลังงานและการบิน

กฎระเบียบทางการค้า

การนำเข้าเป็นไปตามระเบียบของ EFTA ซึ่งสอดคล้องกับระเบียบของสหภาพยุโรป

มารยาททางการค้า การลงทุน

ของขวัญของกำนัลเป็นการสร้างความประทับใจให้กับคู่ธุรกิจ ชาวไอซ์แลนด์นิยมเรียกชื่อมากกว่านามสกุลในการสนทนากับคู่ค้า ทั้งการพูดคุยเมื่อพบเจอ และการสนทนาทางโทรศัพท์ การแลกเปลี่ยนนามบัตร การจับมือทักทายกันเป็นสิ่งปกติสำหรับการพบเจอและลาจากกัน

การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค

ประชากรกระแสการรักษาธรรมชาติ ประหยัดพลังงาน และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ

สถานการณ์ กลยุทธ์ แนวโน้ม

จากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในช่วงปีที่ผ่านมาทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค โดยนิยมบริโภคอุปโภคสินค้าที่มีราคาต่ำ และนิยมสินค้าที่ใส่ใจด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

 

ปัญหาอุปสรรคในการปะกอบธุรกิจ

  1. จำนวนประชากรน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในทวีปยุโรป
  2. ข้อมูลทางการค้าและการตลาดมีจำกัด
  3. ไทยไม่ได้ทำสนธิสัญญาด้านการค้าใดๆ เป็นพิเศษกับไอซ์แลนด์
  4. ปริมาณการสั่งซื้อแต่ละครั้งน้อย ทำให้ผู้ส่งออกไทยไม่ค่อยให้ความสนใจ
  5. ไม่มีการคมนาคมโดยตรงระหว่างประเทศ ทางเรือ และทางอากาศกับไทย

 

                          ข้อมูลสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศไทยกับไอซ์แลนด์

 

ข้อมูลสถานการณ์การค้าประเทศไอซ์แลนด์

เป้าหมาย:

ปี 2011 การค้าทั้งสองฝ่ายมีมูลค่า 20.02 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แยกเป็น การส่งออก 5.93 ล้านเหรียญสหรัฐ นาเข้า 14.08 ล้านเหรียญสหรัฐ อัตราการขยายตัวร้อยละ 87.25 ไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบดุลการค้า 8.15 ล้านเหรียญสหรัฐ

ปี 2012 เป้าหมายการส่งออกขยายตัวร้อยละ 15 หรือประมาณ 6.82 ล้านเหรียญสหรัฐ

 

ข้อมูลพื้นฐานทางเศรษฐกิจ

1. ในปี 2011 ไอซ์แลนด์มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ที่ร้อยละ 2.5 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ 13.38 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ร้อยละ 4.2 และดุลบัญชีเงินสะพัดเกินดุลที่ร้อยละ 1.9 ของจีดีพี

2. เป็นตลาดผู้บริโภคขนาดเล็ก ด้วยประชากรจานวนประมาณ 323,000 คน (ปี 2011) แต่เป็นผู้บริโภคที่มีรายได้ต่อหัวสูงที่ 41,148 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี ในปี 2011

3. ไอซ์แลนด์เป็นประเทศพัฒนาแล้วประเทศแรกที่เข้าขอความช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจกับ IMF เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรงช่วงปี 2008-2009 ทาให้ประสบปัญหาเศรษฐกิจล้มละลายของภาคการเงิน อานาจการซื้อภายในประเทศตกต่ำลงร้อยละ 21 ในปี 2009 และความต้องการบริโภคในประเทศตกด่ำลงต่อเนื่องในปี 2010 ภาคการลงทุนตกต่ำอย่างหนัก

 

 

 

เมืองที่เป็นเป้าหมายหลักในไอซ์แลนด์

 กรุงเรคยาวิค (Reykjavik) เป็นเมืองหลวง มีประชากรอาศัยอยู่ราว 119,000 คนโดยเป็นศูนย์รวมการค้า และการลงทุนของไอซ์แลนด์

 

การค้าของไอซ์แลนด์ – ทั่วโลก

1. ในปี 2011 การค้าระหว่างประเทศของไอซ์แลนด์กับทั่วโลก มีมูลค่ารวม 9.81 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นการส่งออกมูลค่า 5.32 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และเป็นการนาเข้า 4.49 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ไอซ์แลนด์ขาดดุลการค้า 0.84 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

2. สินค้าส่งออกที่สาคัญ ปี 2011 ได้แก่ อลูมิเนียม 2.11 พันล้าน$ ปลาและอาหารทะเล 1.83 พันล้าน$ เหล็กและเหล็กกล้า 0.23 พันล้าน$ อาหารจากสัตว์ 0.13 พันล้าน$ และผลิตภัณฑ์เภสัชกรรม 0.12 พันล้าน$

3. ตลาดส่งออกสาคัญ ปี 2011 ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ 1.73 พันล้าน$ เยอรมันนี 0.80 พันล้าน$ สหราชอาณาจักร 0.48 พันล้าน$ นอร์เวย์ 0.23 พันล้าน$ และฝรั่งเศส 0.21 พันล้าน$ ไทยเป็นตลาดส่งออกที่สาคัญอันดับที่ 46 ของไอซ์แลนด์

4. สินค้านำเข้าที่สาคัญ ปี 2011 ได้แก่ พลังงานและแร่ธาตุ 664 ล้าน$ เครื่องใช้ไฟฟ้า 661 ล้าน$ แร่เคมีและพลังงานหายาก 587 ล้าน$ เครื่องจักรกล 175 ล้าน$ และผลิตภัณฑ์เภสัชกรรม 128 ล้าน$

5. ตลาดนำเข้าที่สาคัญ ปี 2011 ได้แก่ นอร์เวย์ 0.73 ล้าน$ สหรัฐอเมริกา 0.48 ล้าน$ เยอรมันนี 0.35 ล้าน$ เนเธอร์แลนด์ 0.33 ล้าน$ และเดนมาร์ก 0.28 ล้าน$ ไทยเป็นตลาดนาเข้าที่สาคัญอันดับที่ 36 ของไอซ์แลนด์

 

รายการ                                                            หน่วยล้านเหรียญสหรัฐ
2010 2011 ม.ค. – มี.ค. 2011 ม.ค. – มี.ค. 2012
การค้ารวม 10.69 20.02 2.15 3.98
การส่งออก 5.43 5.93 1.36 2.01
การนำเข้า 5.26 14.08 0.79 1.97
ดุลการค้า 0.17 -8.15 0.57 0.05

 

ข้อมูล – กรมส่งเสริมการส่งออก

 

 

โอกาสทางการค้าไทย-ไอซ์แลนด์ในอนาคต

 

โอกาสทางการค้าไทย-ไอซ์แลนด์ในอนาคต

ไอซ์แลนด์ได้ทำข้อตกลงทางการค้าเสรีไว้กับหลายประเทศ ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นข้อตกลงทางการค้าเสรีระหว่างกลุ่มประเทศ EFTA (European Free Trade Organization) การค้าไทย –

ไอซ์แลนด์ อยู่ภายใต้ข้อตกลง FTA ของ EFTA  แต่การเจรจาข้อตกลงทางการค้าระหว่างทั้งสองประเทศได้ระงับไว้ในปี 2549 ดังนั้น ในปัจจุบันการค้าระหว่างไทย-ไอซ์แลนด์ ไม่ได้ความตกลงพิเศษใดๆ ในอนาคต คาดว่า ไอซ์แลนด์จะสามารถเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปได้ แต่การค้าและผลประโยชน์ของไทยจะได้รับผลกระทบน้อยมาก เนื่องจากมูลค่าการค้าของทั้งสองประเทศอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม อาจมีผลกระทบการนำเข้าวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปของไทย เช่น สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูป และกึ่งแปรรูป เยื่อกระดาษ และเศษกระดาษ เป็นต้น

นอกจากนั้น แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางสภาวะอากาศ (Climate change) ในปัจจุบันและอนาคต โดยคาดว่าเส้นทางเดินเรือจากมหาสมุทรแอตแลนติกจะใช้เส้นทางผ่านมหาสมุทรอาร์คติก ซึ่งใกล้ไอซ์แลนด์ จะทำให้เมืองท่าต่างๆ ในเส้นทางเดินเรือได้รับการพัฒนายิ่งขึ้น โดยไทยสามารถหาลู่ทางขยายโอกาสทางการค้าได้มากขึ้น

Print Friendly