ข่าวเดนมาร์ก
  • โรงไฟฟ้าในเดนมาร์กได้เปลี่ยนมาใช้เศษไม้และลังไม้เป็นเชื้อเพลิงแทนการใช้ถ่านหินเพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ล่าสุด โรงไฟฟ้า Studstrupværket ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองออร์ฮูสและเป็นโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในเดนมาร์กที่เริ่มเปิดใช้ไปเมื่อ 2 ปีที่แล้วได้เปลี่ยนจากการใช้ถ่านหินมาใช้ไม้ ทำให้ประชากรกว่า 250,000 คนในเมืองออร์ฮูสได้ใช้พลังงานชีวมวลดังกล่าวและเป็นที่คาดหมายว่าเทศบาลเมืองออร์ฮุสจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่จะให้เมืองออร์ฮุสเป็นเมืองที่ปลอดคาร์บอนไดออกไซด์ในปี 2030 นาย Lars Aagaard  ประธานสมาคมพลังงานแห่งเดนมาร์กกล่าวว่าจากการปฏิรูปแบบค่อยเป็นค่อยไป ในที่สุดก็สามารถเลิกใช้ถ่านหินได้ การเปลี่ยนมาใช้พลังงานชีวมวลจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แม้ว่าเดนมาร์กจะมีการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์และพลังงานลม แต่ก็มีความจำเป็นที่จะต้องหาพลังงานชีวมวลมาใช้ทดแทนในวันที่ไม่มีแสงแดดหรือลม โรงไฟฟ้า Studstrupværket เป็นโรงไฟฟ้าที่อยู่ภายใต้ได้ความร่วมมือจากเทศบาลและบริษัทพลังงาน Dong Energy ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าอีก 5 แห่งจะเปลี่ยนมาใช้พลังงานชีวมวลในอนาคตอันใกล้ซึ่ง รวมทั้งโรงไฟฟ้า Avedøreværket […]

    โรงไฟฟ้าของเดนมาร์กเลิกใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง

    โรงไฟฟ้าในเดนมาร์กได้เปลี่ยนมาใช้เศษไม้และลังไม้เป็นเชื้อเพลิงแทนการใช้ถ่านหินเพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ล่าสุด โรงไฟฟ้า Studstrupværket ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองออร์ฮูสและเป็นโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในเดนมาร์กที่เริ่มเปิดใช้ไปเมื่อ 2 ปีที่แล้วได้เปลี่ยนจากการใช้ถ่านหินมาใช้ไม้ ทำให้ประชากรกว่า 250,000 คนในเมืองออร์ฮูสได้ใช้พลังงานชีวมวลดังกล่าวและเป็นที่คาดหมายว่าเทศบาลเมืองออร์ฮุสจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่จะให้เมืองออร์ฮุสเป็นเมืองที่ปลอดคาร์บอนไดออกไซด์ในปี 2030 นาย Lars Aagaard  ประธานสมาคมพลังงานแห่งเดนมาร์กกล่าวว่าจากการปฏิรูปแบบค่อยเป็นค่อยไป ในที่สุดก็สามารถเลิกใช้ถ่านหินได้ การเปลี่ยนมาใช้พลังงานชีวมวลจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แม้ว่าเดนมาร์กจะมีการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์และพลังงานลม แต่ก็มีความจำเป็นที่จะต้องหาพลังงานชีวมวลมาใช้ทดแทนในวันที่ไม่มีแสงแดดหรือลม โรงไฟฟ้า Studstrupværket เป็นโรงไฟฟ้าที่อยู่ภายใต้ได้ความร่วมมือจากเทศบาลและบริษัทพลังงาน Dong Energy ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าอีก 5 แห่งจะเปลี่ยนมาใช้พลังงานชีวมวลในอนาคตอันใกล้ซึ่ง รวมทั้งโรงไฟฟ้า Avedøreværket […]

  • (Photo: http://www.doingbusiness.org/) นับเป็นปีที่ 6 ที่เดนมาร์กได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่ง่ายต่อการประกอบธุรกิจที่สุดในยุโรป ธนาคารโลกได้จัดทำรายงานผลการจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจประจำปี 2560 (Doing Business 2017) ซึ่งพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ อาทิ ความยากง่ายในการเริ่มต้นธุรกิจ การเริ่มดำเนินธุรกิจ การขออนุญาตก่อสร้าง ความยากง่ายในการขอใช้ไฟฟ้า การจดทะเบียนทรัพย์สิน การได้รับสินเชื่อ การคุ้มครองผู้ลงทุน การชำระภาษี การค้าระหว่างประเทศ การบังคับใช้ข้อตกลง และการปิดกิจการ โดยเปรียบเทียบระหว่างประเทศต่างๆ จำนวน 190 ประเทศ นาย Kristian Jensen […]

    เดนมาร์กเป็นประเทศที่ง่ายต่อการประกอบธุรกิจที่สุดในยุโรปและเป็นอันดับ 3 ของโลก

    (Photo: http://www.doingbusiness.org/) นับเป็นปีที่ 6 ที่เดนมาร์กได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่ง่ายต่อการประกอบธุรกิจที่สุดในยุโรป ธนาคารโลกได้จัดทำรายงานผลการจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจประจำปี 2560 (Doing Business 2017) ซึ่งพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ อาทิ ความยากง่ายในการเริ่มต้นธุรกิจ การเริ่มดำเนินธุรกิจ การขออนุญาตก่อสร้าง ความยากง่ายในการขอใช้ไฟฟ้า การจดทะเบียนทรัพย์สิน การได้รับสินเชื่อ การคุ้มครองผู้ลงทุน การชำระภาษี การค้าระหว่างประเทศ การบังคับใช้ข้อตกลง และการปิดกิจการ โดยเปรียบเทียบระหว่างประเทศต่างๆ จำนวน 190 ประเทศ นาย Kristian Jensen […]

  • เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2559 เว็บไซต์ของพระราชวงศ์เดนมาร์กได้เผยแพร่ข้อความพระราชสาส์นแสดงความเสียพระทัยจากสมเด็จ    พระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์กถึงสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ ความตามคำแปลภาษาไทยอย่างไม่เป็น    ทางการว่า ข้าพเจ้ารู้ศึกโศกเศร้าเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล       อดุลยเดชฯ ที่ทรงเป็นที่รักยิ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างพระราชวงศ์ของเรามีความใกล้ชิดกันมาโดยตลอดและเจ้าชายเฮนริกขอร่วมกับข้าพเจ้าในการแสดงความเสียพระทัยอย่างสุดซึ้งต่อพระองค์ท่าน พระบรมวงศานุวงค์ และประชาชนชาวไทย พระราชสาส์นแสดงความเสียพระทัย

    สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์กมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระทัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ

    เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2559 เว็บไซต์ของพระราชวงศ์เดนมาร์กได้เผยแพร่ข้อความพระราชสาส์นแสดงความเสียพระทัยจากสมเด็จ    พระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์กถึงสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ ความตามคำแปลภาษาไทยอย่างไม่เป็น    ทางการว่า ข้าพเจ้ารู้ศึกโศกเศร้าเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล       อดุลยเดชฯ ที่ทรงเป็นที่รักยิ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างพระราชวงศ์ของเรามีความใกล้ชิดกันมาโดยตลอดและเจ้าชายเฮนริกขอร่วมกับข้าพเจ้าในการแสดงความเสียพระทัยอย่างสุดซึ้งต่อพระองค์ท่าน พระบรมวงศานุวงค์ และประชาชนชาวไทย พระราชสาส์นแสดงความเสียพระทัย

ข่าวเด่นไอซ์แลนด์/ลิทัวเนีย
  • เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2559 สำนักประธานาธิบดีลิทัวเนียได้ออกข่าวสารนิเทศ ว่า ประธานาธิบดี Dalia Grybauskaite แสดงความเสียใจในนามของตนเองและประชาชนลิทัวเนีย โดยย้ำว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ จะทรงประทับอยู่ในความทรงจำในฐานะที่เป็นผู้นำที่มุ่งมั่นที่ได้รับความเคารพอย่างสูงและความรักอย่างยิ่ง เป็นพระมหากษัตริย์ของคนไทย             ทุกคน นอกจากนี้ ข้อความแสดงความเสียใจตามคำแปลภาษาไทยอย่างไม่เป็นทางการระบุว่า ไม่สามารถแยกพระบาทสมเด็จ   พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ จากราชอาณาจักรไทยและประวัติศาสตร์ความเป็นตัวตนของราชอาณาจักร ทรงครองราชย์มาเป็นเวลา 70 ปี จนทรงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยและเสาหลักของการสมานฉันท์และความสามัคคีของชาติ ข่าวสารนิเทศสำนักประธานาธิบดีลิทัวเนีย

    ประธานาธิบดี Dalia Grybauskaite แห่งลิทัวเนียแสดงความเสียใจต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ

    เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2559 สำนักประธานาธิบดีลิทัวเนียได้ออกข่าวสารนิเทศ ว่า ประธานาธิบดี Dalia Grybauskaite แสดงความเสียใจในนามของตนเองและประชาชนลิทัวเนีย โดยย้ำว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ จะทรงประทับอยู่ในความทรงจำในฐานะที่เป็นผู้นำที่มุ่งมั่นที่ได้รับความเคารพอย่างสูงและความรักอย่างยิ่ง เป็นพระมหากษัตริย์ของคนไทย             ทุกคน นอกจากนี้ ข้อความแสดงความเสียใจตามคำแปลภาษาไทยอย่างไม่เป็นทางการระบุว่า ไม่สามารถแยกพระบาทสมเด็จ   พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ จากราชอาณาจักรไทยและประวัติศาสตร์ความเป็นตัวตนของราชอาณาจักร ทรงครองราชย์มาเป็นเวลา 70 ปี จนทรงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยและเสาหลักของการสมานฉันท์และความสามัคคีของชาติ ข่าวสารนิเทศสำนักประธานาธิบดีลิทัวเนีย

  • กรุงเรคยาวิกเป็นเมืองหลวงที่แพงที่สุดในยุโรปสำหรับนักท่องเที่ยว รายงานขององค์กร SA – Business Iceland ระบุว่า กรุงเรคยาวิกเป็นเมืองหลวงที่แพงที่สุดในยุโรปสำหรับนักท่องเที่ยว เมื่อเปรียบเทียบราคาเฉลี่ยของอาหารในภัตตาคารทั่วไป ห้องพักในโรงแรม 3 ดาว บริการ         รถแท็กซี่ และค่าเบียร์ท้องถิ่น โดยสาเหตุสำคัญที่บริการต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้มีราคาสูงขึ้นมาก คือ การแข็งตัวของสกุลเงินโครนไอซ์แลนด์ นอกจากนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นทำให้มีความต้องการใช้บริการต่าง ๆ มากขึ้น ดังนั้น SA – Business Iceland จึงมีความหวงกังวลว่า […]

    กรุงเรคยาวิกเป็นเมืองหลวงที่แพงที่สุดในยุโรปสำหรับนักท่องเที่ยว

    กรุงเรคยาวิกเป็นเมืองหลวงที่แพงที่สุดในยุโรปสำหรับนักท่องเที่ยว รายงานขององค์กร SA – Business Iceland ระบุว่า กรุงเรคยาวิกเป็นเมืองหลวงที่แพงที่สุดในยุโรปสำหรับนักท่องเที่ยว เมื่อเปรียบเทียบราคาเฉลี่ยของอาหารในภัตตาคารทั่วไป ห้องพักในโรงแรม 3 ดาว บริการ         รถแท็กซี่ และค่าเบียร์ท้องถิ่น โดยสาเหตุสำคัญที่บริการต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้มีราคาสูงขึ้นมาก คือ การแข็งตัวของสกุลเงินโครนไอซ์แลนด์ นอกจากนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นทำให้มีความต้องการใช้บริการต่าง ๆ มากขึ้น ดังนั้น SA – Business Iceland จึงมีความหวงกังวลว่า […]

  • Federation of Icelandic Industries ได้กล่าวว่า ไอซ์แลนด์จะต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติทั้งที่เป็นแรงงานมีฝีมือและไม่มีฝีมือรวมจำนวน 30,000 คน หรือประมาณ 2,000 คนต่อปี เพื่อขับเคลื่อนประเทศระหว่างนี้จนถึงปี 2573 สาเหตุสำคัญ คือ การเปลี่ยนแปลงทางประชากร ซึ่งจะมีคนชราในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น โดยในปัจจุบัน ไอซ์แลนด์มีคนทำงานหกคนต่อผู้รับบำนาญหนึ่งคนแต่ในอีก 25 ปี จำนวนคนทำงานจะลดลงถึงครึ่งหนึ่งเป็นเพียงสามคน นอกจากนี้ ชาวไอซ์แลนด์เองยังนิยมที่จะย้ายถิ่นฐานไปทำงานต่างประเทศ ทั้งนี้ การขาดแคลนแรงงานจะเป็นปัญหามากที่สุดในสาขาการก่อสร้าง การท่องเที่ยว และภาคอุตสาหกรรม แหล่งข่าว: http://icelandmonitor.mbl.is/news/politics_and_society/2016/03/10/iceland_needs_2_000_new_foreigners_a_year/ […]

    ไอซ์แลนด์จะมีความต้องการแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้น

    Federation of Icelandic Industries ได้กล่าวว่า ไอซ์แลนด์จะต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติทั้งที่เป็นแรงงานมีฝีมือและไม่มีฝีมือรวมจำนวน 30,000 คน หรือประมาณ 2,000 คนต่อปี เพื่อขับเคลื่อนประเทศระหว่างนี้จนถึงปี 2573 สาเหตุสำคัญ คือ การเปลี่ยนแปลงทางประชากร ซึ่งจะมีคนชราในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น โดยในปัจจุบัน ไอซ์แลนด์มีคนทำงานหกคนต่อผู้รับบำนาญหนึ่งคนแต่ในอีก 25 ปี จำนวนคนทำงานจะลดลงถึงครึ่งหนึ่งเป็นเพียงสามคน นอกจากนี้ ชาวไอซ์แลนด์เองยังนิยมที่จะย้ายถิ่นฐานไปทำงานต่างประเทศ ทั้งนี้ การขาดแคลนแรงงานจะเป็นปัญหามากที่สุดในสาขาการก่อสร้าง การท่องเที่ยว และภาคอุตสาหกรรม แหล่งข่าว: http://icelandmonitor.mbl.is/news/politics_and_society/2016/03/10/iceland_needs_2_000_new_foreigners_a_year/ […]

  • ขอเชิญร่วมลงนามถวายความอาลัย
    ขอเชิญร่วมลงนามถวายความอาลัย
  • CONSULAR SERVICES
    HOWTO-APPLY-VISA

    faq

    download-form

    medicines-to-thailand

  • Amazing Thailand
    ThailandElite amazing thailand       thailogo
  • Book of Condolences
    Book of Condolences
  • INFORMATION
    THAILAND-SITUATION-UPDATE warn3 TATNews em
  • Bringing Pets into THAILAND
    Bringing Pets into THAILAND
Web Design BangladeshBangladesh Online Market